วันอังคารที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2551

“พิภพ”หนุนการเมืองใหม่สร้าง ศก.พอเพียง-พึ่งตนเอง








คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายพิภพ ธงไชย ปราศรัย





“พิภพ”หนุนการเมืองใหม่สร้างระบบเศรษฐกิจพึ่งตัวเอง ลดการผูกขาดของทุนขนาดยักษ์ ทำเกษตรผสมผสาน พออยู่พอกิน เป็นมิตรกับธรรมชาติ กลับคือสู่รากเหง้าดั้งเดิมที่ถูกทำลายจากนโยบายรัฐยุค “ทักษิณ” แฉบอนไซสหกรณ์ออมทรัพย์ จนความหวังจะเป็นธนาคารท้องถิ่นต้องพังทลาย

เวลาประมาณ 22.10 น. วันที่ 16 ก.ย. นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวบนเวทีปราศรัย บริเวณทำเนียบรัฐบาลว่า วันนี้ตนรู้สึกแปลกใจที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ซึ่งเคยทำธุรกิจอยู่ในระบบทุนนิยมมาโดยตลอด กลับมีแนวคิดใหม่ อยากจะนำเมืองไทยกลับไปสู่ระบบเศรษฐกิจแบบตะวันออก นั่นคือ การพึ่งพิงธรรมชาติ ทำลายธรรมชาติน้อยที่สุด และทำเศรษฐกิจแบบเล็ก ๆ เพื่อให้ประชาชนในทุกภาคส่วนสามารถทำธุรกิจได้เอง และสามารถพึ่งพาตัวเองได้

ทั้งนี้แนวคิดดังกล่าวของนายสนธิ ตรงกับความคิดของตนเป็นอย่างยิ่ง เพราะตนหวังมานานว่าต้องการเปลี่ยนแปลงให้ระบบของประเทศเรา กลับไปเป็นการลงทุนแบบตะวันออก แทนที่จะคิดแต่เลียนแบบระบบทุนนิยมของประเทศตะวันตก อย่างที่อดีตรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และรัฐบาลชุดนี้กำลังดำเนินอยู่ เพราะทุกวันนี้ก็แสดงให้เห็นแล้วว่า ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม ที่คิดแต่จะลงทุนแบบใหญ่ ๆ ใช้งบประมาณมหาศาลนั้น เมื่อเกิดการล้มแล้ว ก็จะล้มระเนระนาดไปจนหมด เช่นเดียวกับ วิกฤติการณ์ต้มยำกุ้ง

ตัวอย่างเช่น ห้างค้าปลีกอย่างเทสโก โลตัส ที่เป็นห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ของต่างชาติ เมื่อเข้ามาในประเทศไทยแล้ว ก็ทำให้ร้านโชห่วยเล็กๆ ล้มหายไปจนหมด ทำให้ห้างเทสโก สามารถเป็นผู้สั่งซื้อรายใหญ่จนควบคุมราคาสินค้าเกษตรเอาไว้ได้ ส่งผลให้เกษตรกรไทย ถูกกดราคา ไม่มีอำนาจต่อรอง เนื่องจากไม่มีร้านค้าเล็ก ๆ ที่จะสามารถนำสินค้าไปขายได้แล้ว ก็ต้องขายให้แต่ห้างค้าปลีกขนาดใหญ่เท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามหากวันหนึ่ง หากเทสโก ขาดทุนแล้วล้มละลายไป เศรษฐกิจไทยก็จะพังไปเป็นแถบ ๆ เพราะเมื่อไม่มีห้างเทสโก เกษตรกรก็ไม่รู้จะเอาสินค้าไปส่งขายใคร อีกทั้งเงินทุนที่ห้างเทสโกกู้ยืมมาจำนวนมหาศาล ก็จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจให้ปั่นป่วนไปทั่วโลกอีกด้วย

ดังนั้นจึงเห็นได้ว่า ระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม อย่างที่กล่าวไปข้างต้น ไม่สามารถทำให้คนไทยพึ่งพาตัวเองได้เลย ต่างจากในอดีตที่คนไทยยึดถือหลักเศรษฐศาสตร์ชาวพุทธ ที่ฝรั่งชาวเยอรมันชื่อ อี.เอฟ.ชูมักเกอร์ นำไปเขียนเป็นหนังสือที่ชื่อ Small is Beautiful หรือ จิ๋วแต่แจ๋ว นั่นคือ การพึ่งพาธรรมชาติ และทำลายธรรมชาติน้อยที่สุด เวลาทำธุรกิจก็ทำเพียงเล็ก ๆ แบบพออยู่พอกิน เมื่อทำเกษตรกรรม ก็ทำแบบพึ่งพิงธรรมชาติโดยปลูกพืชผสมผสาน ทำให้ไม่ใช่ปุ๋ยเคมี ไม่ต้องพึ่งพาสารเคมี อันจะส่งผลเสียต่อธรรมชาติ ดังนั้นความคิดของการเมืองใหม่ จึงไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด แต่เป็นเรื่องที่ในอดีตเคยมีการทำเอาไว้แล้ว แต่รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ต่างหากที่เป็นผู้เปลี่ยนแปลงระบบเศรษฐกิจของประเทศ ให้เป็นแบบทุนนิยมที่มีหลักคิดแบบต้องการชนะธรรมชาติ โดยไม่พึ่งพิงธรรมชาติ แต่กลับต้องพึ่งอำนาจทุน และสารเคมีจากประเทศตะวันออกแต่เพียงอย่างเดียว

นายพิภพ ได้ยกตัวอย่างของนายมาซาโนบุ ฟูโอกะ เกษตรกรชาวญี่ปุ่นผู้ซึ่งได้รับรางวัลแมกไซไซ ด้วยว่า นายฟูโอกะ ได้เคยกล่าวกับตนเอาไว้เมื่อมาประเทศไทยเมื่อหลายปีก่อน ว่าเมืองไทยเปรียบเสมือนสวรรค์ที่ไม่ว่าพื้นที่ใด ก็สามารถปลูกพืชได้ ซึ่งการปลูกพืชแบบของไทยก็เป็นแบบพึ่งพาตัวเอง นั่นคือการปลูกพืชให้เหมือนในป่า นั่นคือมีพืชหลายชนิดอยู่ในพื้นที่เดียวกันแล้วพืชแต่ละชนิดนั้น ก็จะพึ่งพากันและกันเอง เหมือนอย่างในป่า ซึ่งนายฟูโอกะ ก็ได้นำแนวคิดดังกล่าวไปประยุกต์ใช้เพาะปลูกในประเทศญี่ปุ่น จนสามารถปลูกข้าวโดยไม่ใช้ปุ๋ย ไม่ใช่สารเคมี และไม่ไถได้ แต่ใช้ไส้เดือนไถพรวนดินตามธรรมชาติได้

แต่อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ที่ระบบการปลูกพืชของเมืองไทย ได้เปลี่ยนไปพร้อมกับระบบทุนนิยม นั่นคือ เกษตรกรไทยได้เปลี่ยนจากการปลูกพืชผสมผสาน เพื่อใช้กินเองแบบพอเพียง ไปเป็นการปลูกพืชเชิงเดี่ยว คือปลูกพืชชนิดเดียวเพื่อให้ได้จำนวนมากๆ เพื่อส่งออกขาย และเมื่อทำเช่นนั้นพืชก็ไม่สามารถพึ่งพากันได้ ในที่สุดก็ต้องซื้อปุ๋ยเคมีมาใช้ และเมื่อใช้นานเข้าก็ส่งผลให้ดินเสื่อมคุณภาพอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

นายพิภพ กล่าวต่อไปว่า แท้จริงแล้วแนวความคิดที่จะทำเศรษฐกิจแบบพึ่งตัวเองให้เกิดขึ้นนั้น ได้มีคนไทยกลุ่มต่าง ๆ ที่เป็นองค์กรพัฒนาชุมชนได้คิดและทำกันมานานแล้ว แนวคิดนี้จึงถือเป็นความหวังขององค์กรพัฒนาชุมชนเหล่านั้น ที่จะกลับมาร่วมกันสร้างความยั่งยืน และการพึ่งพิงตัวเองของประชาชนได้อีกครั้ง ตัวอย่างเช่น ก่อนรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ องค์กรพัฒนาชุมชนต่าง ๆ ได้เคยคิดรูปแบบของสหกรณ์ออมทรัพย์เอาไว้ เพื่อเก็บไว้เป็นกองทุนของเกษตรกรในท้องถิ่น เพื่อให้คนในท้องถิ่นพึ่งพิงตนเองได้ ซึ่งถ้าไม่มีรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ป่านนี้สหกรณ์เหล่านั้นคงพัฒนาไปเป็นธนาคารขนาดเล็กในท้องถิ่น เพื่อไว้บริการกู้ยืมให้คนในท้องถิ่นไปแล้ว แทนที่จะมีแต่ธนาคารขนาดใหญ่ในเมืองหลวงซึ่งคอยแต่จะให้บริษัทใหญ่ กู้ยืมเท่านั้น แต่เกษตรกร หรือชาวชนบทกลับหมดสิทธิ์ที่จะได้ใช้สิทธิเหล่านั้น

ดังนั้นแนวคิดการเมืองใหม่ในวันนี้ จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการเปลี่ยนแปลง ทางการเข้าสู่อำนาจทางการเมืองเท่านั้น แต่หมายถึงการเปลี่ยนแปลงในทุกระบบ นำบ้านเมืองเรากลับไปสู่ระบบเศรษฐกิจแบบเศรษฐศาสตร์ชาวพุทธ หรือ ระบบเศรษฐกิจแบบพอเพียงนั่นเอง ดังนั้นเราจึงยังไม่ต้องเถียงกันหรอกว่าจะให้สัดส่วนของ ส.ส.ที่เลือกตั้งกี่เปอร์เซ็นต์ หรือ แบบสัดส่วนกี่เปอร์เซ็นต์ แต่เราควรมาช่วยกันคิด ช่วยกันวิเคราะห์ว่า จะเลือกตัวแทนมาจากองค์กรใดบ้าง และเลือกอย่างไร เพื่อให้ได้ตัวแทนจากทุกภาคส่วนจริง ๆ อันจะนำมาซึ่งการร่วมกันพัฒนาบ้านเมืองที่ยั่งยืน โดยแท้จริง




อ่านข่าวกันเยอะ จะได้รู้ทันเหตุการณ์บ้านเมืองนะค่ะ^_^


“สมศักดิ์”ย้ำเหตุต้าน“สมชาย” ชี้เป็นนอมินียิ่งกว่า“หมัก”

“สนธิ”แนะรับมือพิษการเงินโลก-ย้ำการเมืองใหม่สร้างระบบ ศก.เป็นธรรม

“พล.ต.จำลอง”ขอแรงใจพันธมิตรฯหนุนช่วย ASTV อีกรอบ

6 พรรคดูดดื่ม หนุน “น้องเขยแม้ว” นั่งนายกฯ




เห็นด้วย/ไม่เห็นด้วยอย่างไรบอกได้นะค่ะ





ที่มา
: http://manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000110139

อัพเดต โดย นส.วรัชญา เสาร์คำ ID 513 1601 473




รถทัวร์ซิ่งสยองตาย 5 เจ็บร่วมร้อย เสียหลักพุ่งชนเกาะกลางถนนคาดยางระเบิด

โดย เดลินิวส์
วัน อังคาร ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2551 09:56 น.


อุบัติเหตุระทึกขวัญตาย-เจ็บนับร้อย รถโดยสารปรับอากาศสายสุพรรณฯ-กรุงเทพฯ เสียหลักพุ่งชนเกาะกลางถนน ไต่ขึ้นราวสะพาน หัวทิ่มท้ายชี้เด่ ผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นนักเรียน นักศึกษา คนทำงานในเมืองกรุง ถูกอัดก๊อบปี้ส่งเสียงร้องโอดโอยอยู่ในรถด้วยความเจ็บปวดกันระนาว รวมเบ็ดเสร็จบาดเจ็บ 65 คน ตายสยองอีก 5 ศพ รวมทั้งโชเฟอร์สิ้นใจตายไปด้วย ขณะที่ตร.มุ่งสาเหตุ ยางระเบิด คนขับหลับในหรือมีอะไรมาวิ่งตัดหน้ารถ ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุสยองขวัญ รถโดยสารประสบอุบัติเหตุมีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตหลายรายครั้งนี้
ภาพ : ข่าวสดเกิดขึ้นเมื่อเวลา 07.35 น. วันที่ 15 ก.ย. ร.ต.ท.สุรินทร์ บัวคง ร้อยเวร สภ.เมืองนครปฐม รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถโดยสารปรับอากาศ เสียหลักปีนเกาะกลางถนน ไปค้างอยู่กลางราวสะพานข้ามคลองไม่มีชื่อ มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก ที่บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 63 หน้าบริษัท ทีทีแอนด์ที หมู่ 6 ถนนมาลัยแมน ต.วังตะกู อ.เมือง จ.นครปฐม จึงนำกำลังไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์เวร รพ.ศูนย์นครปฐม มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์ ในที่เกิดเหตุพบรถโดยสารปรับอากาศสีฟ้า-ขาว สายสุพรรณบุรี-กรุงเทพฯ ทะเบียน 10-0419 สุพรรณบุรี หมายเลขข้างรถ 88-30 สภาพเสียหลักวิ่งขึ้นไปค้างอยู่ระหว่างราวสะพานข้ามคลอง หัวรถปักทิ่มลงไปอยู่ด้านล่าง สภาพ กระจกด้านหน้าแตกละเอียด ตัวรถพังยับเยินเกือบทั้งคัน ส่วนภายในรถมีผู้โดยสารจำนวนมาก ส่งเสียงร้องโอดโอย ขอความช่วยเหลือด้วยความ เจ็บปวด ส่วนใหญ่เป็นนักเรียน นักศึกษา และ ผู้คนที่กำลังเดินทางเข้าไปทำงานในกรุงเทพฯ จึงรีบนำกำลังเข้าไปใช้เครื่องตัดถ่างช่วยเหลือ นำส่ง รพ.ศูนย์นครปฐม 19 คน รพ.สนามจันทร์ 28 คน และ รพ.เทพากร 19 คน รวมมีผู้บาดเจ็บทั้งหมด 66 คน จากการตรวจสอบภายในรถพบผู้เสียชีวิต 4 ราย ทราบชื่อ น.ส.สุวรรณี ศรีทองคำ อายุ 16 ปี นักศึกษาวิทยาลัยอาชีวะนครปฐม ชั้น ปวช. ปี 1 เอกวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ อยู่บ้านเลขที่ 44 ต.ทุ่งบัว อ.กำแพงแสน จ.นคร ปฐม นายอำนวย สิทธิพรชัยกุล อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1904 ต.อู่ทอง อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี นางบี ปาทาน อายุ 43 ปี แรงงานชาวพม่า พักอาศัยอยู่บ้านเช่าเลขที่ 6 หมู่ 9 ต.หนองงูเหลือม อ.เมือง จ.นครปฐม และ น.ส.จารุวรรณ เพชรดี (ไม่ทราบอายุและที่อยู่) อย่างไรก็ดี มีผู้บาดเจ็บถูกนำส่ง รพ.สนามจันทร์ ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทราบชื่อนายสมมาตร ภู่เสภา อายุ 30 ปี คนขับรถ อยู่บ้านเลขที่ 223 หมู่ 4 ต.จรเข้สามพัน อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรีสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า รถโดยสารคันเกิดเหตุ รับผู้โดยสารออกมาจาก จ.สุพรรณบุรี เวลา 05.30 น. เพื่อมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ และจอดรับผู้โดยสารมาตลอดทาง โดยระหว่างเกิดเหตุวิ่งมาด้วยความเร็วสูงและขับแซงขวามาตลอดทาง กระทั่งมาถึงจุดเกิดเหตุ รถเกิดเสียหลักวิ่งปีนขึ้นเกาะกลางถนนและไปไต่อยู่บนราวสะพานข้ามคลอง ก่อนหมดแรงหัวรถปักทิ่มลงไปด้านล่าง ทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ส่วนสาเหตุ เบื้องต้นคาดว่า เกิดจากยางรถระเบิด ทำให้รถเสียหลัก จนคนขับไม่สามารถควบคุมรถได้ หรือผู้ขับขี่อาจหลับใน หรือมีอะไรตัดหน้ารถ ทำให้คนขับหักรถหลบอย่างกะทันหัน เป็นเหตุให้รถเสียการทรงตัว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดอีกครั้ง.
Tag (ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง):
รถโดยสาร เกาะกลางถนน ยางรถระเบิด ราวสะพาน หลับใน นักเรียน นักศึกษา
รวมเรื่องฮอต : คลิปเด็ด ภาพเด็ด ซุบซิบดารา กระทู้ฮอต ข่าวเด่น วาไรตี้ เกมส์-ไอที ข่าวกีฬา คลิกที่นี่


ID 5131601495

6 พรรคร่วมรัฐบาล แถลงร่วมจัดตั้งรัฐบาล

6 พรรคร่วมรัฐบาล แถลงร่วมจัดตั้งรัฐบาล
โดย คม ชัด ลึก
วัน อังคาร ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2551 00:00 น.แถลงสัตยาบันจัดตั้งรัฐบาลร่วมกันอีกครั้ง ที่โรงแรม เจ ดับบลิว แมริออทฯ สมชาย ย้ำไม่ใช่นอมินี ทักษิณ มั่นใจประสานทุกฝ่ายได้ ประชาชนร้อยละ 69.7แนะควรเลือกตั้งใหม่
นายกคนใหม่เมื่อเวลา 19.00 น.วันที่ 16 กันยายน ที่โรงแรม เจ ดับบลิว แมริออทฯ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ได้เชิญตัวแทนพรรคร่วมรัฐบาลมาร่วมรับประทานอาหารค่ำและร่วมกันแถลงข่าวจัดตั้งรัฐบาลซึ่งจะมีการลงมติเลือกนายกฯคนใหม่ในวันที่ 17 ก.ย. นี้ นายสมชายมาถึงโรงแรมประมาณ 17.50 น. จากนั้นนายสมชายพร้อมด้วย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รองหัวหน้าพรรค นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรค เดินเข้าห้องรับรองเพื่อร่วมรับประทานอาหารกับแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล ตัวแทนพรรคร่วมรัฐบาลคือ นางอุไรวรรณ เทียนทอง ตัวแทนพรรคประชาราช พลเอกเชษฐา ฐานะจาโร หัวหน้าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา และร.ต.ประภาส ลิมปะพันธ์ รองหัวหน้าพรรครวมใจไทยฯ นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย พลตรีสนั่น ขจรประศาสน์ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทย นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รองหัวหน้าพรรคชาติไทย นายวราวุธ ศิลปอาชา ส.ส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทย นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน หัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตยและนายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ต่อมาเวลา 20.30 น. ได้ร่วมกันแถลงการจัดตั้งรัฐบาบภายใต้พรรคร่วมรัฐบาลเดิม ภายใต้การนำของนายสมชาย นายสมชาย กล่าวแสดงความขอบคุณพรรคร่วมรัฐบาลเดิมทั้ง 5 พรรค ที่ให้เกียรติสนับสนุนมติพรรคพลังประชาชนเสนอชื่อตนต่อที่ประชุมสภาฯเพื่อให้ได้รับเลือกเป็นนายกฯ ในวันพรุ่งนี้(17) นายสมชาย กล่าวว่า หวังเป็นอย่างยิ่งว่าในอนาคตอันใกล้นี้ รัฐบาลจะสามารถบริหารประเทศได้ด้วยดี สิ่งใดที่เคยขาดตกบกพร่องไปในรัฐบาลก่อน จะนำมาปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น โดยมีเป้าหมายสำคัญอยู่ที่ผลประโยชน์ของประชาชน ไม่ใช่ความสำเร็จของผู้ที่จะได้เป็นรัฐมนตรี กระนั้นนายสมชาย ไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธชัดเจนในคำถามที่ว่าจะเพิกถอนพาสปอร์ตแดงของ พ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่ เพียงบอกว่า กระบวนการยุติธรรมจะดำเนินการเรื่องนี้ และรัฐบาลก็สนับสนุนกระบวนการยุติธรรมเสมอก่อนหน้านี้นายสมชาย ยืนยันว่า ไม่ใช่นอมินีของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ขอให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ และ มั่นใจจะสามารถประสานงานกับทุกฝ่ายได้ ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นห่วงว่าจะถูกโจมตีในภาพที่มีความสัมพันธ์กับทาง พ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่ นายสมชาย กล่าวว่า เรื่องอย่างนี้อยู่ๆไม่ใช่เรื่องที่จะโจมตีหรือไม่ตีกัน ผมบอกแล้วว่า เรารู้จักกับใครเป็นญาติใคร เราใกล้ชิดกันเป็นสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ แต่มันอยู่ที่เราจะวางตัวอย่างไร วางตัวให้คนว่า ขึ้นมาเอื้อประโยชน์ให้พรรคพวก ให้ญาติเราหรือเปล่า อันนี้เป็นสิ่งที่ควรคำนึงถึง เพราะฉะนั้นตนคิดว่า ควรที่จะให้จับตามองมากกว่า ตนอยู่ในที่ยืนอย่างนี้คงหลบการตรวจสอบ การเฝ้ามองไม่ได้ ตนคิดว่าถ้าเรามีใจทำงานร่วมกันในการทำงานเสียสละให้บ้านเมือง จริงๆแล้วมันก็คงจะเป็นคนละภาพกับภาพนั้น ตนคิดว่า ตนมาที่พ้นจุดนั้นไปแล้ว เมื่อถามว่า จะประสานความร่วมมือกับพลเรือน ทหาร ตำรวจ อย่างไรบ้างเพื่อให้ทำหน้าที่ให้เข้มแข็ง นายสมชาย กล่าวว่า ตอนนี้ถ้าให้พูดอาจจะเร็วเกินไป ในฐานะที่มาเป็นผู้บริหารบ้านเมือง ต้องประสานแน่นอน เพราะทุกคนถือเป็นองคาพยพ เป็นส่วนหนึ่งของเครื่องไม้เครื่องมือที่ต้องใช้ การจะใช้ต้องดูว่า สิ่งใดบ้างที่เป็นไปตามตัวบทกฎหมาย เพราะสิ่งที่เกิดในบ้านเมืองยามนี้ ทำไม่ถูกกฎหมายก็เยอะ และมีปัญหาอยู่ เวลาแก้ไขใช้หลักกฎหมายอย่างเดียวเป็นการปกครองที่ลำบากอยู่ ต้องใช้รัฐศาสตร์ด้วย ใช้การประสานงาน การมีน้ำใจ ความเสียสละซึ่งกันและกัน ต้องใช้หลายอย่าง เมื่อถามว่า นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ภรรยาได้แสดงความยินดีแล้วหรือยัง นายสมชาย กล่าวว่า ยังไม่ได้เจอกันเลย ยังไม่ได้พูดกันเลย เมื่อถามว่า เมื่อเป็นนายกฯแล้วภารกิจแรกจะทำอะไร นายสมชาย กล่าวว่า ก็ทุกเรื่องที่รออยู่ ประชาชนร้อยละ 69.7แนะควรเลือกตั้งใหม่ ศูนย์วิจัยเอแบคนวัตกรรมทางสังคม การจัดการและธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ สำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง "ประชาชนคิดอย่างไรต่อแนวทางการเลือกตั้งใหม่คืนอำนาจให้ประชาชนในสถานการณ์การเมืองปัจจุบัน" กรณีศึกษาประชาชนที่มีสิทธิเลือกตั้งใน 26 จังหวัดทั่วประเทศ จำนวน 4,447 ตัวอย่าง ระหว่างวันที่ 11-15 กันยายน 2551 พบว่าร้อยละ 69.7 เห็นว่า การเลือกตั้งใหม่เป็นทางออกของปัญหาการเมืองในขณะนี้ เพราะเป็นการรักษาระบอบประชาธิปไตยให้ประชาชนทั้งประเทศมีส่วนร่วมตัดสินใจแก้ปัญหาการเมืองและเป็นทางออกที่ดีกว่าการยึดอำนาจหรือรัฐประหาร ขณะที่อีกร้อยละ 30 ไม่เห็นด้วย เพราะมองว่า การเลือกตั้งอีกก็ซื้อสิทธิขายเสียงกันอีก ทั้งนี้ กลุ่มที่เห็นว่า การเลือกตั้งใหม่คือทางออกของการเมือง แบ่งตามภูมิภาค ดังนี้ ภาคใต้ร้อยละ 82.0 ภาคกลางร้อยละ 70.1 ,ภาคเหนือร้อยละ 69.2 ,ภาคตะวันออกเฉียงเหนือร้อยละ 65.9 และกรุงเทพฯ ร้อยละ 66.8 นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ ระบุว่า จุดที่น่าสนใจคือ ประชาชนสองกลุ่ม คือ กลุ่มไม่สนับสนุนรัฐบาลร้อยละ 78.9 และกลุ่มพลังเงียบร้อยละ 74.3 เห็นพ้องกันว่าการเลือกตั้งคือทางออกของการเมืองขณะนี้ ขณะที่กลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบาลร้อยละ 53.9 เห็นว่า การเลือกตั้งคือทางออก
Tag (ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง):
เจ ดับบลิว แมริออท สมชาย วงศ์สวัสดิ์ พรรคพลังประชาชน พรรคร่วมรัฐบาล พาสปอร์ตแดง เยาวภา วงศ์สวัสดิ์
รวมเรื่องฮอต : คลิปเด็ด ภาพเด็ด ซุบซิบดารา กระทู้ฮอต ข่าวเด่น วาไรตี้ เกมส์-ไอที ข่าวกีฬา คลิกที่นี่




Id 5131601495

สมชาย บอกยังงงๆแต่พร้อมเป็นนายก

รองนายกฯ สมชาย งง ที่ต้องเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ชี้ไม่คิดยึดทำเนียบคืน แต่จะไม่ให้ใช้ผิดแนวทางพร้อมต้องการให้ตรวจสอบการทำงาน
นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ตัวเต็งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี และรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ตัวเต็งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ เปิดเผยว่า ยังรู้สึกงง ๆ เล็กน้อย แต่พร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี แม้จะต้องรับภาระที่มากขึ้น แต่จะทำอย่างสุดความสามารถและไม่ท้อถอย โดยจะเร่งนโยบายสร้างความปรองดองสามัคคีจากความแตกแยกทางความคิด โดยไม่ได้คิดที่จะยึดทำเนียบรัฐบาลคืน แต่ไม่ต้องการให้ใครใช้ทำเนียบรัฐบาลในทางที่ผิด ซึ่งแนวทางนั้น คงใช้กฎหมายเพียงอย่างเดียวไม่ได้ พร้อมยอมรับความสัมพันธ์กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี คงปฏิเสธความใกล้ชิดทางเครือญาติไม่ได้ แต่ขอให้จับตามองการวางตัว ว่าจะเอื้อประโยชน์ให้กันหรือไม่นายสมชาย ยังปฏิเสธว่า นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ภรรยา ยังไม่ได้มาร่วมแสดงความยินดี
Tag (ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง):
สมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล ทักษิณ ชินวัตร เยาวภา วงศ์สวัสดิ์
รวมเรื่องฮอต : คลิปเด็ด ภาพเด็ด ซุบซิบดารา กระทู้ฮอต ข่าวเด่น วาไรตี้ เกมส์-ไอที ข่าวกีฬา คลิกที่นี่

ไทยประท้วง เขมร รุกล้ำ ปราสาทตาควาย

โดย มติชน
วัน อังคาร ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2551 00:00 น.ไทยยื่นบันทึกประท้วงทูตเขมร เตือนใช้ เจบีซี แก้ปัญหา ฮุน เซน ซัดไทย ไม่พร้อมเจ้าภาพจัดประชุม อาเซียน
ปราสาทตาควายที่กระทรวงการต่างประเทศ เมื่อวันที่ 16 กันยายน นายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ได้เชิญนายอึง เซียน เอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำไทย มารับบันทึกช่วยจำที่ประท้วงกรณีทหารกัมพูชารุกล้ำดินแดนไทยที่ไทยยืนยันว่าเป็นของไทยบริเวณปราสาทตาควาย จ.สุรินทร์ โดยระบุถึงเหตุการณ์ที่ทหารกัมพูชา 70 นาย ได้บุกเข้ามายึดพื้นที่ปราสาทตาควายตั้งแต่ 6 กันยายน ซึ่งเป็นการละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน และไม่ยอมเคลื่อนย้ายแม้ท้องถิ่นของไทยประท้วงซ้ำแล้วซ้ำอีก กระทรวงการต่างประเทศจึงต้องประท้วงอย่างเป็นทางการและขอให้ใช้ความพยายามเต็มที่เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต พร้อมยืนยันที่จะใช้กลไกคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (เจบีซี) เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างสันติวิธี วันเดียวกัน สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ตั้งคำถามถึงความพร้อมของไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดประชุมสุดยอดอาเซียนในเดือนธันวาคมนี้ ระบุวิกฤตการเมืองไทยทำให้เกิดคำถามว่าไทยยังจะพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดประชุมผู้นำสมาคมแห่งประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน ได้อีกหรือไม่สมเด็จฮุน เซน ยังเสนอด้วยว่า สมาชิกอาเซียนควรต้องพิจารณาที่จะขอให้ประเทศสมาชิกอื่นรับหน้าที่เจ้าภาพการประชุมผู้นำอาเซียนแทนไทยอีกด้วย"ผมยังสงสัยว่าผู้นำอาเซียนจะประชุมที่ไทยได้หรือ เพราะตอนนี้ไทยยังไม่มีรัฐบาลด้วยซ้ำ มีประเทศไหนในโลกที่ทำเนียบรัฐบาลถูกผู้ประท้วงเข้ายึดครองอย่างนี้ ก็มีแค่ประเทศไทยเท่านั้น มันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะแปลกประหลาด สถานการณ์ในไทยไม่ได้ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของไทยเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อภาพลักษณ์ของอาเซียนโดยรวมอีกด้วย หากผู้นำอาเซียนไม่สามารถพบกันในไทยได้ ควรจะส่งคืนตำแหน่งประธานอาเซียนให้สิงคโปร์ หรือไม่ก็ส่งต่อให้เวียดนามเลยหรือไม่ แล้วจะทำอย่างไร ก็คงต้องรอดูกันต่อไป" สมเด็จฮุน เซนกล่าวนายเขียว กันหะริด โฆษกรัฐบาลกัมพูชา ให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า สมเด็จฮุน เซน เคารพในอธิปไตยและเอกราชของสมาชิกอาเซียน การให้สัมภาษณ์ดังกล่าวไม่ได้มีคำอธิบายที่กระทบต่อการทำหน้าที่ประธานอาเซียนของไทย แต่เป็นการแสดงความห่วงกังวลว่า หากไม่สามารถจัดประชุมในไทยได้จะไปจัดประชุมผู้นำอาเซียนที่ไหนเท่านั้น เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของอาเซียนทั้งหมด นอกจากนี้ กัมพูชาก็ต้องการเห็นสถานการณ์ในไทยกลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว เพราะจะเป็นสิ่งที่รับประกันความสงบสุขและความมั่นคงของภูมิภาคโดยรวม พล.ต.ท.วิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ประเทศไทยพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนในวันที่ 25 กันยายนนี้อย่างแน่นอน ไม่ว่าใครจะมาเป็นนายกรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรี ภารกิจของชาติจะต้องเดินต่อไป เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาการเมืองภายใน ไม่เกี่ยวข้องกับงานระดับประเทศนายธานี ทองภักดี รองอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีการให้สัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรีกัมพูชาว่า เท่าที่ได้ตรวจสอบสื่อมวลชนอาจรายงานคลาดเคลื่อนเล็กน้อย ท่านคงจะเพียงแต่แสดงความห่วงกังวลสถานการณ์ในประเทศไทย แต่สถานการณ์ในไทยคงจะคลี่คลายไปในทางที่ดีจนกว่าจะถึงการประชุมสุดยอดอาเซียน จึงขอให้ความมั่นใจกับประเทศสมาชิกที่จะเดินทางมาร่วมประชุม และยืนยันว่าไทยมีความพร้อมที่จะจัดการประชุมสุดยอดอาเซียนในเดือนธันวาคมนี้ และสถานการณ์การเมืองในปัจจุบันของไทยไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการเตรียมการสำหรับการเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดอาเซียนแต่อย่างใด ขณะนี้การเตรียมการทุกอย่างทั้งในเรื่องสารัตถะและโลจิสติคส์ก็ยังเดินหน้าไปตามกรอบเวลาที่วางไว้ โดยวันเดียวกันนี้วุฒิสภาได้รับร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองการดำเนินงานของอาเซียนซึ่งเป็นการรับรองสถานะของกฎบัตรอาเซียนแล้ว โดยไทยจะให้สัตยาบันกฎบัตรอาเซียนในเร็วๆ นี้ ซึ่งเชื่อว่าจะทันก่อนการประชุมสุดยอดอาเซียนในไทย
Tag (ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง): วีระศักดิ์ ฟูตระกูล เอกอัครราชทูตกัมพูชา ปราสาทตาควาย กระทรวงการต่างประเทศ สำนักข่าวเอเอฟพี



ID 5131601495

วันจันทร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2551

“พิภพ”ย้ำต้าน“พลังแม้ว”-5พรรคร่วมถึงที่สุด ปูทางสู่การเมืองใหม่

http://pics.manager.co.th/Images/551000011817201.JPEG



คลิกที่นี่ เพื่อฟัง นายพิภพ ธงไชย ปราศรัย




“พิภพ”ย้ำพันธมิตรฯ ยึดทำเนียบขวางนักการเมืองโกงบริหารประเทศ ถึงเวลาต้องหยุดยั้งพฤติกรรมทุจริตไม่ให้สืบทอดไปสู่ลูกหลาน เผยเค้าโครงการเมืองใหม่ ระบบทุนต้องเสรีและเป็นธรรม พร้อมมีทางเลือกให้ ปชช. ไม่ผูกขาด-ครอบงำโดยทุนสามานย์ เชื่อ “พลังแม้ว”และ 5 พรรคร่วมไม่สร้างการเมืองใหม่แน่ ต้องปฏิเสธและต่อต้านถึงที่สุด

มื่อเวลา 21.50 น. วันที่ 15 ก.ย. นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขึ้นเวทีปราศรัยที่ทำเนียบรัฐบาล โดยได้กล่าวชื่นชมบทบาทของผู้หญิงในการต่อสู้ของพันธมิตรครั้งนี้ ที่ผู้หญิงเป็นกำลังสำคัญทั้งด้านการรักษาพยาบาล การดูแลความเป็นอยู่ และอาหารการกิน นอกจากนี้จะเห็นว่าในการชุมนุมของประชาชนกลุ่มต่างๆ ที่ผ่านมา ผู้หญิงมีบทบาทสำคัญทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการชุมนุมของสมัชชาคนจน การต่อต้านบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน การปิดท่อก๊าซไทย-พม่าของ ปตท.ที่ป่ากาญจนบุรี การต่อต้านท่อส่งก๊าซและโรงแยกก๊าซ ปตท.ที่ จ.สงขลา นอกจากนี้ ผู้หญิงยังมีบทบาทต่อสู้เพื่อผู้ใช้แรงงานในโรงงานอุตสาหกรรมที่ถูกเอารัดเอาเปรียบอีกด้วย

นายพิภพ กล่าวต่อว่า เรามาสู้ครั้งนี้ สู้เพื่อพิทักษ์รัฐธรรมนูญ สู้กับคนที่ฉีกรัฐธรรมนูญ และได้เข้าสู่อำนาจโดยการโกงการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นวิธีการเข้าสู่อำนาจโดยผิดรัฐธรรมนูญ คนพวกนี้ต่างหากที่ควรโดนข้อหากบฏ แต่กลับมาตั้งข้อหาพวกเรา 9 คน ซึ่งเราก็ไม่กลัว อยากให้มาจับเลย จะดูว่าจะฝ่าเข้ามาได้หรือไม่

นายพิภพย้ำว่า เราทำตามกฎหมายทุกอย่าง นั่นคือมาตรา 68 ของรัฐธรรมนูญที่ว่าด้วยสิทธิในการพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ตั้งแต่กระบวนการที่จะถูกฉีก กระบวนการที่จะเข้าสู่อำนาจโดยไม่ถูกต้อง เราสู้ตั้งแต่ กกต.ยังโลเล จนกระทั่งมีมติว่าพรรคการเมือง 3-4 พรรคทำผิดกฎหมาย ซื้อเสียงเลือกตั้ง โดยที่กรรมการบริหารพรรคทำผิดเอง จะต้องมีการยุบพรรค

“ถ้าว่ากันตามมาตรฐานฝรั่ง รัฐบาลที่มาจากการทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง และกำลังจะถูกยุบพรรค ตามมารยาททางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย เขาจะต้องลาออกไปเลย แต่ทุกวันนี้พรรคพลังประชาชนและพรรคร่วมรัฐบาล เขาทำผิดกฎหมาย และยังจะเป็นรัฐบาลต่อ เราจึงปฏิเสธรัฐบาลชุดนี้ นี่คือเหตุผลว่าทำไมเราจึงต้อต้านรัฐบาลนี้และ 6พรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งมีหลายพรรค กกต.มีมติให้ยุบพรรคแล้ว แต่ก็ยังหน้าด้านอยู่”

นายพิภพกล่าวต่อว่า ไม่ใช่ว่าพันธมิตรฯ เรื่องมาก ใครก็ไม่เอา แต่ที่เราไม่เอารัฐบาลนี้ เพราะเป็นรัฐบาลที่ทำผิดกฎหมาย และกำลังจะถูกยุบพรรค ไม่มีสิทธิที่จะมาจัดตั้งรัฐบาล เพียงแต่การทำงานของกระบวนการตุลาการขณะนี้ช้าไปเท่านั้น ซึ่งการช้าของท่านจะทำให้ประเทศเสียหาย เท่ากับปล่อยให้คนโกง และทำผิดกฎหมายมาบริหารประเทศเพื่อโกงเงินแผ่นดินต่อไปอีก เพราะฉะนั้นกระบวนการยุติธรรมต้องเร่งรัด ตอนนี้เรื่องอยู่ที่อัยการ ต้องเร่งรัด ไม่เช่นนั้นอัยการก็จะถูกกล่าวหาว่าเข้าข้างระบอบทักษิณ ปล่อยให้รัฐบาลที่ทำผิดกฎหมายบริหารประเทศต่อไปได้

“นี่คือเหตุผลที่เรามายึดทำเนียบ แต่เราไม่ได้เข้าไปข้าง เพียงแต่เราต้องการบอกว่าคุณทำผิดกฎหมาย เราจึงยึดทำเนียบไว้ไม่ให้คุณมีสิทธิบริหารประเทศ”

นายพิภพ กล่าวต่อว่า การบริหารประเทศนั้นจะใช้กฎหมายรองรับความถูกต้องอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีจริยธรรมรองรับด้วย เพราะฉะนั้นในการปกครอง นอกจากมีศาล มีสภา มีรัฐบาลแล้ว ต้องมีศาสนารองรับด้วย ซึ่งปัญหาของบ้านเราคือ นักการเมืองปฏิเสธหลักทางศาสนา จึงไม่มีจริยธรรมแม้แต่สักนิดเดียวในการบริหารบ้านเมือง แต่พวกเราพันธมิตรมีมาตรฐานจริยธรรมที่สูงกว่า ซึ่งภาษาทางวัด ก็ถือว่าคนที่มีศีลต่ำกว่าจะมาปกครองคนที่มีศีลธรรมสูงกว่าก็ไม่ได้ โดยเฉพาะคนอย่างนายสมัคร สุนทรเวช ที่ทำผิดศีล 5 มาโดยตลอด

นายพิภพ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ยังตั้งรัฐบาลไม่ได้เพราะมีการต่อรองผลประโยชน์ เรื่องตำแหน่งรัฐมนตรี เลขารัฐมนตรี ไม่ได้ต่อรองเพื่อประเทศชาติ นักการเมืองมีแต่การตระบัดสัตย์ ตระบัดศีล โกงกินบ้านเมือง จึงถึงเวลาแล้วที่เราต้องเปลี่ยนไปสู่การเมืองใหม่

“มีคนถามผมว่า เรื่องการเมืองใหม่ เป็นเรื่องที่พันธมิตรชูขึ้นมาเพื่อที่จะไม่หยุดหรือไม่ ผมตอบได้ทันทีว่า ไม่ใช่ เพราะเราสู้มาก่อน 19 ก.ย.2549 สู้มาตั้งแต่ปี 2547-2548 ว่าพรรคไทยรักไทยโกงกินอย่างไร เมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณออกไป ก็ยังตั้งพรรคพลังประชาชน เอานักการเมืองเก่าที่เคยร่วมกันโกงกินมาครองบ้านเมืองอีก ถ้าเราไม่สามารถขจัดคนพวกนี้ออกไปได้จากการเมืองไทย การทุจริตก็จะถูกส่งต่อจากพ่อสู่ลูก เราจึงเห็นลูกเมียนักการเมืองโผล่เป็นแถว และจะสืบทอดการโกงกินต่อไป

“การเมืองแบบนี้เป็นการเมืองเก่า เราทนมานานหลายสิบปีแล้ว ถ้าคนอายุ 40 ก็ทนมา 30 ปี คนอายุ 50 ก็ทนมา 40 ปี ใครอายุ 60 ก็ทนมา 50 ปี จะเราเหลือทนแล้ว เราจะส่งเรื่องนี้ต่อไปให้ลูกหลานไม่ได้อีก เพราะฉะนั้น ไม่ใช่เราคิดการเมืองใหม่ขึ้นมาอย่างเลื่อนลอย แต่เราคิดว่าการเมืองใหม่เท่านั้นที่เป็นคำตอบ เราต้องแก้ปัญหาการทุจริต ปัญหาจริยธรรม ปัญหาการใช้อำนาจของตำรวจข้าราชการที่ไม่เป็นธรรม ปัญหานักธุรกิจที่เกาะกับนักการเมืองโกงกินประเทศชาติ”

นายพิภพกล่าวต่อว่า เราต้องแก้ไขเรื่องทุนสามานย์ เราไม่ได้ปฏิเสธว่าเราอยู่ในยุคทุนนิยมเสรี แต่เราต้องการความเป็นธรรมของทุนนิยมเสรี ถ้าทุนเสรีและเป็นธรรมไม่ผูกขาดตัดตอน ไม่เป็นทุนสามานย์ ชีวิตเราก็เป็นสุขในการแข่งขันที่เสรีและเป็นธรรม ขณะเดียวกันก็มีการคุ้มครองผู้บริโภค ซื้อรถไปแล้วไม่ต้องทุบรถ ระบบเศรษฐกิจไม่ได้ขึ้นอยู่กับตระกูลใดตระกูลหนึ่งไปจนตาย ทุนไม่ยอมสยบอยู่กับนักการเมืองจนกลายเป็นทุนสามานย์

“นี่คือการเมืองใหม่ เดี๋ยวจะคิดว่าเรากำลังจะหนีโลกาภิวัฒน์ หนีทุนนิยม เราไม่หนี แต่เราจะเผชิญด้วยความเป็นธรรม และยุติธรรม ค่าแรงงานขั้นต่ำ ต้องให้ผู้ใช้แรงงานอยู่ได้ เกษตรกรต้องได้รับการประกันและดูแลอย่าดี ไม่ถูกผูกขาดโดยทุนที่จะให้ใช้ปุ๋ย ใช้ยาฆ่าแลงไปตลอดชีวิต จนติดอยู่กับกลุ่มทุนสามานย์กลุ่มเดียว ทำให้วิตคนไม่มีทางเลือก

“งานของเราเรื่องการเมืองใหม่ สังคมใหม่ จะเกี่ยวกับวิถีชีวิตของคน ถ้าใครจะอยู่กับระบอบทุนนิยม ต้องเป็นทุนนิยมที่เป็นธรรม แต่ถ้าเขาไม่เอาระบบทุน ก็ต้องมีวิถีชีวิตให้เขา เช่น จะอยู่แบบพอเพียง ก็ต้องมีทางเลือกให้เขา การเมืองใหม่จะเกี่ยวกับวิถีชีวิตของผู้คนทุกอาชีพและไม่บังคับให้คนมีวิถีชีวิตแบบเดียว การแพทย์ต้องมีแพทย์ทางเลือก ให้สามารถใช้สมุนไพรได้ด้วย ไม่ใช้แต่ยาฝรั่งอย่างเดียว

“บางคนอาจจะบอกว่า คุณพิภพคุณจะใช้สมุนไพรรักษาคุณก็ใช้ไป ไม่มีใครว่าคุณ แต่ในการเมืองใหม่ เราจะให้รัฐรับรองแพทย์ทางเลือกด้วย เช่น การรักษาด้วยการนวดต้องเบิกค่ารักษาได้ ไม่ใช่ต้องใช้วิธีกายภาพแบบฝรั่งอย่างเดียว ถ้าเราไม่ต้องการักษาแบบฝรั่ง ต้องสามารถรักษาแบบทางเลือก รักษาโดยใช้สมุนไพร หรือ ฝังเข็มแบบจีนได้

“การเมืองใหม่ต้องมีทางเลือกให้ประชาชนมากขึ้น และเราไมได้ทำเล่นๆ เราทำจริง ชีวิตเราจะมีความสุข อยู่ในทุนก็มีความสุขเพราะมีความเป็นธรรม ใครไม่ชอบใจทุน ก็มีมีชีวิตแบบทางเลือกได้ เช่น แบบบุญนิยม ของสันติอโศก ซึ่งอยู่กับทุนได้ ถ้าไม่ใช่ทุนสามานย์ วิถีชีวิตแบบสมัยใหม่ก็อยู่กับธรรมชาติได้ แต่ต้องคำนึงว่าไม่รุกรานธรรมชาติ หรือทำลายธรรมชาติ

“เรื่องการศึกษา ต้องไม่มีแค่ระบบเดียว ตอนนี้ทุกคนรู้ว่า ระบบการศึกษาเดียวโดยกระทรวงศึกษาธิการไปไม่ได้ เพราะเด็กมีความแตกต่างกัน บางคนฉลาด บางคนเป็นออธิสติก บางคนปัญญาอ่อน เราต้องมีระบบการศึกษาหลายระบบรองรับ และรัฐจะต้องให้เงินอุดหนุนทุกระบบ พ่อแม่บางคนมีลูกที่ฉลาดมากๆ ถ้าไปเข้าโรงเรียนครูอาจจะทำให้โง่ลง พ่อแม่เขาต้องการสอนหนังสือเอง ก็ต้องจัดหลักสูตรเรียนที่บ้านได้ โดยรัฐต้องรับรอง

“โจทย์สำคัญคือ เราต้องได้รัฐบาลที่จะมาทำการเมืองใหม่ ซึ่งถ้ารัฐบาลชุดนี้เข้ามาก็เป็นการเมืองเก่าอีก ซึ่งคุณไม่มีสิทธิ และคุณไม่สามรถทำการเมืองใหม่ได้ การเมืองใหม่ ต้องมาจาการมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง ที่เรียกว่าประชาภิวัฒน์”

นายพิภพย้ำว่า เราจะสู้ต่อไปจนกว่าจะได้การเมืองใหม่ ซึ่งกุญแจอยู่ที่ทำอย่างไรจึงจะได้รัฐบาลที่สร้างการเมืองใหม่ เราต้องปฏิเสธพรรคพลังประชนชนและ 5 พรรคร่วม และต้องปฏิเสธให้ถึงที่สุด ถ้าเขาไม่เปลี่ยนแปลงก็ต้องไม่เป็นรัฐบาล



ข่าวคราวความเครื่อนไหวต่างๆที่น่าติดตามเพิ่มเติมค่ะ

“จำลอง”ย้ำสู้จนกว่ามีการเมืองใหม่-ท้า“โกวิท-พัชรวาท”จับ 9 แกนนำ


“สมเกียรติ”เล็งฟ้อง “ครม.หมัก”แพร่คำหมิ่นฯ ผ่านเว็บรัฐ - ย้ำภารกิจพันธมิตรฯ ขจัดการเมืองขี้ฉ้อ


"สมศักดิ์" ย้ำหลังได้นายกมอมินี พันธมิตรฯ"ดาวกระจาย"อีกรอบ


“สนธิ” เฉ่ง “พัชรวาท” รับใช้การเมืองเตือนจับ 9 แกนนำลุกเป็นไฟ



อ่านแล้วมาช่วยกันคอมเม้นด้วยนะค่ะ^_^




ที่มา : http://manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000109599


อัพเดต โดย นส.วรัชญา เสาร์คำ ID 513 1601 473



พธม.ไม่รับ"สมชาย"นั่งนายกฯ อ้างเป็นยิ่งกว่านอมินี"ทักษิณ"

15ก.ย.)พล.ต.จำลอง ศรีเมือง และนายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวว่า ไม่ยอมรับนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ เพราะนายสมชายใกล้ชิดครอบครัวชินวัตรเกินควร และยังเป็นน้องเขยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จึงจะเป็นยิ่งกว่าตัวแทนหรือนอมินีของ พ.ต.ท.ทักษิณ แม้พรรคประชาธิปัตย์จะเห็นด้วยก็ตาม จึงจำเป็นต้องชุมนุมยืดเยื้อต่อไป จนกว่าจะได้รัฐบาลที่เป็นที่ยอมรับเข้ามาบริหารประเทศ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงสายวันนี้ตั้งแต่เวลา 10.00 น. มีการประชุมกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคพลังประชาชน เพื่อหามติในการเสนอชื่อบุคคลที่จะเป็นนายกฯ โดยมีแกนนำที่เป็นกก.บห.เข้าร่วม อาทิ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี นายชูศักดิ์ ศิรินิล กลุ่มภาคเหนือ นายไพจิตร ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม และ พ.ต.ท.กานต์ เทียนแก้ว กลุ่มนายยงยุทธ ติยะไพรัช โดยหารือเป็นเวลาเกือบ 2 ชม. ต่อมาเวลา 11.30 น. ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกพรรค ได้แถลงผลการประชุม ว่า ที่ประชุมกก.บห.มีมติเอกฉันท์เสนอ นายสมชาย รองหัวหน้าพรรค เป็นนายกฯ ซึ่งนายสมชายได้กล่าวในที่ประชมุว่า มีความพร้อมจะเป็นนายกฯ และจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อแก้ปัญหาต่างๆ รวมทั้งการสร้างความเป็นปึกแผ่นของในพรรคและสังคม ร.ท.กุเทพ กล่าวอีกว่า จะนำผลที่ได้ไปเสนอในที่ประชุมใหญ่ของพรรค ในเวลา 14.00 น. โดยเปิดให้ส.ส.ได้วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เมื่อถามว่ากลุ่มเพื่อนเนวินต้องการดันนพ.สุรพงษ์ นั้น ร.ท.กุเทพ กล่าวว่า เวทีที่ประชุมพรรคจะเปิดโอกาสให้ส.ส.ได้แสดงความเห็น แต่เชื่อว่าจะสนับสนุนนายสมชายไปในทิศทางเดียวกัน มีรายงานข่าวว่า ทันที่ที่รู้ผลกก.บห.นายสมชายก็นั่งอยู่ในที่ประชุมด้วยก็ได้ยืนขึ้นและกล่าวว่าขอบคุณที่ไว้วางใจเสนอตนเป็นนายกฯ โดยจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด จะทำให้พรรคเป็นสถาบันการเมือง ตลอดจนจะแก้ปัญหาความขัดแย้งในสังคมขณะนี้ให้เป็นไปทิศทางที่ดีและรับฟังเสียงทุกฝ่ายมากขึ้น ด้านพ.ต.ท.กานต์ เทียนแก้ว กล่าวว่า ที่ผ่านมากลุ่มภาคเหนือของนายยงยุทธ กลุ่มอีสานพัฒนา ภาคกลาง และกทม.บางส่วนยืนยันที่จะเสนอและสนับสนุนนายสมชายเป็นนายกฯ ซึ่งกลุ่มต่างๆ ที่สนับสนุนนายสมชาย มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันมีสายสัมพันธ์ที่เป็นปึกแผ่น หากพรรคพลังประชาชนถูกยุบก็จะไปอยู่พรรคเพื่อไทยด้วยกัน ส่วนกลุ่มที่ไม่ได้สนับสนุนนายสมชายนั้น คงย้ายไปอยู่พรรคอื่นที่ไม่ใช่พรรคเพื่อไทย ส่วนการยุบพรรคนั้น พ.ต.ท.กานต์ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าพรรคพลังประชาชนจะถูกยุบ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะดูบรรทัดฐานการพิจารณาคดีต่างๆที่ผ่านมา ทั้งนี้ในส่วนของนายสมชาย ทางกลุ่มมองว่าเหมาะเป็นนายกฯคนต่อไปและหัวหน้าพรรคได้ เพราะมีความประนีประนอม เมื่อที่ประชุมกก.บห.เสนอชื่อนายสมชายขึ้นมาก็ไม่มีกระแสคัดค้านอะไรมาก เชื่อว่านายสมชายจะแก้วิกฤติการณ์ต่างๆได้ เห็นได้จากการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ที่นายสมชายก็มีความห่วงใยถึงขนาดจะจัดรถพยาบาลไปดูแล ที่สำคัญยังมีผลงานชิ้นโบว์แดงในการประกาศยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งส่อแววการเป็นผู้นำ


Miss Sutinee Phetyu
ID:5131601542
Sec:02